Posted on

รีวิวซีรีส์วาย บอกฉัน…ว่ารัก

รีวิวซีรีส์วาย บอกฉัน...ว่ารัก

บทนำเกี่ยวกับรีวิวซีรีส์วาย บอกฉัน…ว่ารัก

รีวิวซีรีส์วาย บอกฉัน…ว่ารัก สายวายเตรียมกรี๊ด! ซีรีส์ “บอกฉัน…ว่ารัก” เรื่องใหม่จาก WeTV กำลังมาละลายหัวใจทุกคนด้วยเรื่องราวความรักแสนอบอุ่น ซับซ้อน และชวนลุ้นระทึก บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกเบื้องลึกเบื้องหลัง เนื้อเรื่อง ความน่าสนใจ คาแรกเตอร์ และรีวิวแบบจัดเต็ม!

เรื่องราวรักชวนลุ้น! จากเพื่อนข้างห้อง สู่อะไรมากกว่านั้น รีวิวซีรีส์วาย บอกฉัน…ว่ารัก

“บอกฉัน…ว่ารัก” บอกเล่าเรื่องราวของ ปุณณ์ หนุ่มวิศวะสุดเพอร์เฟกต์ กับ ธารา หนุ่มศิลปกรรมสุดติสท์ ที่บังเอิญกลายเป็นเพื่อนข้างห้อง พวกเขาต่างนิสัยกันสุดขั้ว ปุณณ์ชอบความเป็นระเบียบ ขณะที่ธาราใช้ชีวิตแบบปล่อยไหล แต่ด้วยเหตุการณ์บางอย่าง ทำให้ทั้งสองต้องมาอาศัยอยู่ด้วยกัน ความใกล้ชิด ความต่างที่ลงตัว และความรู้สึกพิเศษค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น สั่นคลอนมิตรภาพและหัวใจของทั้งคู่

คาแรกเตอร์สุดปัง! เคมีเข้ากัน ชวนจิ้นแรง

  • ปุณณ์ (รับบทโดย ต้า-เอ็ฟ นรภัทร ศกุนตนาค) หนุ่มวิศวะสุดเนี้ยบ แอบซ่อนความอ่อนโยน ละลายใจไปกับรอยยิ้มละมุน เสน่ห์ของต้า-เอ็ฟในการถ่ายทอดความรู้สึกละเอียดอ่อน ทำให้คนดูอินกับปุณณ์ได้ไม่ยาก
  • ธารา (รับบทโดย แชป-ชินชาน ชินกร เศรษฐาชัย) หนุ่มศิลปกรรมสุดติสท์ ชอบคิดนอกกรอบ แชปถ่ายทอดพลังบวกและเสน่ห์แบบสดใสร่าเริง ทำให้ธาราเป็นตัวละครที่สดชื่น น่ารัก ชวนหลง
  • เคมีของต้า-เอ็ฟและแชปเข้ากันสุด ๆ มองตาแล้วสื่อความรู้สึกได้ดี ฉากน่ารัก ๆ ชวนจิกหมอนเพียบ พาร์ทดราม่าก็เล่นได้ถึง ส่งอารมณ์ให้คนดูอินไปเต็ม ๆ

บทแน่น ดนตรีโดน องค์ประกอบครบ!

“บอกฉัน…ว่ารัก” ไม่ใช่แค่เรื่องราวความรักของหนุ่ม ๆ แต่ยังแฝงประเด็นมิตรภาพ การยอมรับในความต่าง การก้าวออกจากคอมฟอร์ตโซน บทประพันธ์ชวนติดตาม มีจังหวะการดำเนินเรื่องที่ดี ไม่เน้นดราม่าหนักหน่วง เหมาะสำหรับคนที่อยากดูซีรีส์วายฟีลกู้ดด

เพลงประกอบซีรีส์เพราะติดหู ช่วยเพิ่มบรรยากาศและส่งเสริมอารมณ์ในแต่ละฉากได้ดี องค์ประกอบภาพสวยงาม ตัดต่อลื่นไหล

ข้อคิดและข้อสังเกตเล็กน้อย

ซีรีส์ “บอกฉัน…ว่ารัก” สะท้อนให้เห็นว่า “ความรัก” ไม่มีรูปแบบตายตัว ใครจะรักใคร ไม่จำกัดเพศ รูปแบบ หรือรสนิยม ขอแค่มีความจริงใจต่อกันก็เพียงพอ นอกจากนั้นยังชวนให้เห็นคุณค่าของมิตรภาพ การเปิดใจยอมรับในความต่าง ช่วยเติมเต็มให้ความรักของปุณณ์และธารายิ่งน่าประทับใจ

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ : http://storyseries-y.co/

Posted on

รีวิว เชือกป่าน Between Us The Series

รีวิว เชือกป่าน Between Us The Series

เชือกป่าน: บทเพลงแห่งรัก ความแค้น และการปลดล็อก 

รีวิว เชือกป่าน Between Us The Series สายวายไทยกำลังคึกคักอีกครั้ง! หลังจากปล่อยน้ำตาให้กับ ‘ด้ายแดง’ ซีรีส์วายสุดปังแห่งปี 2020 Studio Wabi Sabi ก็กลับมาทักทายแฟนคลับด้วยภาคต่ออย่าง ‘เชือกป่าน Between Us The Series’ ซีรีส์ที่เล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ของคู่พระรองจากเรื่องแรกอย่าง ‘วิน’ (รับบทโดย บุ๋น นพณัฐ พินิจกุล) และ ‘ทีม’ (รับบทโดย เปรม วรุศ ชวลิต) แต่คราวนี้ เข้มข้น ดราม่า และลึกซึ้งขึ้นกว่าเดิม พร้อมบทเพลงประกอบสุดซึ้งที่คอยตอกย้ำความรู้สึก

รักสามเส้า ปมปริศนา และการปลดล็อกตัวเอง รีวิว เชือกป่าน Between Us The Series

‘เชือกป่าน’ พาเราไปสำรวจแผลเป็นทางใจของ ‘วิน’ หลังจากเหตุการณ์ในด้ายแดง เขาเก็บตัว หวาดกลัว ตัดขาดจากสังคม กลับกลายเป็นคนละคนจากหนุ่มร่าเริงสดใส ในขณะเดียวกัน ‘ทีม’ ที่แอบรักวินมาตลอดก็พยายามเข้าไปปลอบโยน ช่วยเหลือให้วินกลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่เส้นทางนั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ความสัมพันธ์ของทั้งสองถูกขวางกั้นด้วย ‘เธียร’ (รับบทโดย ไอซ์ ภาณุวัฒน์ เกสร) ชายหนุ่มผู้เข้ามาในชีวิตวินพร้อมความลับบางอย่าง

บทบาททลายกำแพง: นักแสดงตีบทแตก ยกระดับซีรีส์

บุ๋น นพณัฐ ในบท ‘วิน’ โชว์ฝีมือการแสดงระดับเทพ ถ่ายทอดความเจ็บปวด ความหวาดกลัว ผ่านสีหน้าแววตาได้อย่างสมจริง เปรม วรุศ ในบท ‘ทีม’ ก็ไม่น้อยหน้า ยิ่งเล่นยิ่งชวนประทับใจ ปล่อยความอบอุ่น ความอ่อนโยนออกมาจนใจละลาย และไอซ์ ภาณุวัฒน์ ในบท ‘เธียร’ ก็มาพร้อมคาแรคเตอร์ชวนสงสัย มีเล่ห์เหลี่ยม ทำให้เรื่องราวเข้มข้น น่าติดตาม

ดนตรีสะกดอารมณ์: เพลงประกอบซึ้งกินใจ

เพลงประกอบซีรีส์ ‘เชือกป่าน’ ถือเป็นอีกจุดเด่น โดยเฉพาะเพลง ‘เชือกป่าน’ เพลงหลักของเรื่อง ที่ร้องโดย ‘โอม คิมหันต์’ เสียงหวานเศร้าบาดลึก ตอกย้ำความเจ็บปวดของวิน เพลง ‘ด้ายแดง’ โดย ‘นนท์ ธนนท์ ด่านไวย’ ก็กลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้มาในเวอร์ชั่นที่ดิ่งด่ำ สะท้อนความสัมพันธ์ที่ยุ่งเหยิง สื่อถึงความรักที่ยังคงรั้งติดกันอยู่ แม้จะเจ็บปวดเพียงใด

ทลายกำแพงแห่งความกลัว ปลดล็อกหัวใจไปด้วยกัน

‘เชือกป่าน’ ไม่ใช่แค่ซีรีส์วาย แต่เป็นซีรีส์ดราม่าเข้มข้นที่สะท้อนถึงความเจ็บปวด ความสูญเสีย และการเผชิญหน้ากับความกลัวของตัวเอง วินต้องค้นหาทางออกจากแผลเป็นในใจ ทีมต้องพิสูจน์ความจริงใจ และทั้งสองต้องเรียนรู้ที่จะปลดล็อกหัวใจของตัวเอง ร่วมเดินทางไปพร้อมกับพวกเขา ผ่านบทเพลงซึ้งกินใจ ผ่านบทบาทที่ชวนประทับใจ และร่วมปลดล็อกปมปริศนาไปด้วยกัน

สรุป:

‘เชือกป่าน Between Us The Series’ ไม่ใช่แค่ภาคต่อธรรมดา แต่มันคือการขยับไปอีกขั้นของวงการซีรีส์วายไทย บทบาทที่ลึกซึ้ง แสดงที่ตีบทแตก บทเพลงประกอบแสนซึ้ง และการเล่าเรื่องที่ชวนติดตาม ทำให้ ‘เชือกป่าน’ เป็นซีรีส์ที่ควรค่าแก่การรับชม ไม่ว่าจะเป็นสายวาย สายดราม่า หรือสายไหน ๆ ก็ตาม เพราะซีรีส์เรื่องนี้มีอะไรมากกว่าแค่ความ

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ : http://storyseries-y.co/

Posted on

รีวิว Heartstopper Season 2

รีวิว Heartstopper Season 2

บทนำเกี่ยวกับรีวิว Heartstopper Season 2

รีวิว Heartstopper Season 2 Heartstopper ซีรีส์วัยรุ่นสาย LGBTQ+ สุดอบอุ่นจาก Netflix กลับมาอีกครั้งกับซีซั่น 2 ที่พาเราติดตามเรื่องราวความรักของนิคและชาร์ลี สองหนุ่มเพื่อนซี้ที่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความรักแสนหวาน พร้อมทั้งขยายจักรวาลของ Heartstopper ออกไปกว้างขึ้น ซีซั่นนี้จะทำให้คุณหัวใจพองโต ฟินลืมหายใจ และตกหลุมรักเหล่าตัวละครมากยิ่งขึ้น ไปดูกันเลยว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง!

ความรักเบ่งบาน: นิคและชาร์ลี คู่รักวัยรุ่นที่โลกทั้งใบเป็นสีชมพู รีวิว Heartstopper Season 2

หัวใจสำคัญของซีซั่น 2 ยังคงอยู่ที่ความสัมพันธ์ของนิคและชาร์ลี หลังจากสารภาพรักและคบกันอย่างเป็นทางการ ทั้งคู่ต้องเผชิญกับบททดสอบมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการบอกให้ครอบครัวและเพื่อนๆ รู้ ความกังวลเกี่ยวกับอนาคต ความไม่มั่นใจ และความท้าทายในการรักษาความสัมพันธ์ให้ยั่งยืน

ซีซั่นนี้พัฒนาความสัมพันธ์ของนิคและชาร์ลีให้ลึกซึ้งขึ้น ชวนเราสัมผัสทั้งโมเมนต์หวานละมุนสุดน่ารักอย่างการแอบหอมแก้ม การส่งข้อความกุ๊กกิ๊ก ไปจนถึงความขัดแย้งเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นจากความไม่เข้าใจกัน เรื่องราวสะท้อนปัญหาจริงของคู่รักวัยรุ่น รวมถึงความสำคัญของการสื่อสาร ความไว้วางใจ และการสนับสนุนซึ่งกันและกัน

มิตรภาพแสนอบอุ่น: แก๊งเพื่อนสายซัพพอร์ตที่อบอุ่นหัวใจ

นอกจากคู่รักนักจูบแห่ง Truham Grammar School แล้ว หัวใจหลักอีกด้านของ Heartstopper คือ “แก๊งเพื่อน” แสนน่ารัก ที่คอยอยู่เคียงข้าง นิค ชาร์ลี และเหล่าตัวละครหลัก ไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไร แก๊งเพื่อนก็ให้กำลังใจ สนับสนุน ช่วยเหลือ และปลอบโยนกันเสมอ

ซีซั่นนี้ขยายบทบาทของเพื่อนๆ มากขึ้น ทั้ง Elle คนแกร่งผู้อ่อนโยน Tao หนุ่มเงียบที่ค้นพบความรักครั้งใหม่ Tara สาวเปรี้ยวสุดมั่นใจ และ Isaac เด็กหนุ่มผู้กล้าหาญ ทุกคนต่างมีเรื่องราวของตัวเอง ความสัมพันธ์ที่เติบโต และบทเรียนชีวิตที่ชวนประทับใจ

เปิดกว้าง สร้างสรรค์: เผยมิติใหม่ของความรักและมิตรภาพ

Heartstopper ไม่ได้แค่เล่าเรื่องราวความรักของคู่รักชายหนุ่มเท่านั้น แต่ยังสะท้อนความหลากหลายทางเพศ ไร้ซึ่งการตัดสิน สนับสนุน LGBTQ+ ได้อย่างน่าชื่นชม ซีซั่นนี้ขยายมุมมองไปยังตัวละครอื่นๆ อย่าง Tao ที่ค้นพบความรู้สึกที่มีต่อ Elle และ Isaac ที่กล้าเปิดเผยตัวเองต่อเพื่อนๆ

ความกล้าหาญของตัวละคร ความอบอุ่นของมิตรภาพ การยอมรับและสนับสนุนซึ่งกันและกัน ทำให้ Heartstopper ซีซั่น 2 เป็นซีรีส์ที่ส่งเสริมความเท่าเทียม สร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน ไม่ว่าเพศไหน ก็มีความรัก มิตรภาพ และคุณค่าที่คู่ควร

เสียงดนตรีประกอบสุดปัง: เพิ่มอรรถรสความฟินท่าทะลุหู

นอกจากเนื้อเรื่องสุดน่ารัก ตัวละครชวนประทับใจ และภาพสวยชวนฝันแล้ว เสน่ห์อีกอย่างของ Heartstopper คือ “เสียงดนตรีประกอบ” เพลงประกอบซีซั่นนี้คัดมาอย่างดี มีทั้งเพลงสนุกสนาน เพลงซึ้งกินใจ ช่วยส่งเสริมอารมณ์ความรู้สึก

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ : http://storyseries-y.co/

Posted on

ซีรี่ส์วายเกาหลี

ซีรี่ส์วายเกาหลี

บทนำเกี่ยวกับซีรี่ส์วายเกาหลี

ซีรี่ส์วายเกาหลี หรือซีรี่ส์แนว Boy’s Love (BL) เทรนด์ที่มาแรงแบบฉุดไม่อยู่! ใครเป็นสายฟิน สายจิ้น สายดราม่าหัวใจละลาย ต้องไม่พลาดบทความนี้ เพราะเราจะพาคุณไปตะลุยโลกของซีรี่ส์วายเกาหลี สุดฟิน ประทับใจ คัดมาเน้นๆ ทั้งเรื่องเก่า เรื่องใหม่ ให้คุณได้ลิ้มรสความละมุนกันแบบจุใจ

ละมุนละไม ไปกับพล็อตหลากหลาย ซีรี่ส์วายเกาหลี

ซีรี่ส์วายเกาหลีไม่ได้มีแค่เรื่องราวความรักกุ๊กกิ๊กเท่านั้นนะ! แต่ละเรื่องมีพล็อตหลากหลาย ครบรส ทั้งโรแมนติก คอมเมดี้ ดราม่า แอ็คชั่น แฟนตาซี เรียกได้ว่ามีครบทุกแนว แถมยังผสมผสานความเป็นวัฒนธรรมเกาหลีเข้าไปได้อย่างลงตัว ทำให้ซีรี่ส์ดูน่าติดตาม ชวนอิน

ฟินเวอร์ ไปกับเคมีสุดปัง

หนึ่งในจุดเด่นของซีรี่ส์วายเกาหลีคือเคมีระหว่างคู่พระเอก นายเอก! นักแสดงมักแสดงออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ ส่งสายตา โชว์ความหวาน ซีนกุ๊กกิ๊กชวนจิกหมอนกันไปเลย

ทะลุจอ ไปกับโปรดักชั่นสุดอลังการ

ซีรี่ส์วายเกาหลีไม่ได้ด้อยกว่าซีรี่ส์แนวอื่นเลยนะ! โปรดักชั่นจัดเต็ม ภาพสวย CGเนียน เพลงประกอบเพราะฟังวนซ้ำได้ทั้งวัน ยิ่งดูยิ่งอิน ฟินเวอร์ทะลุจอไปเลย

ซีรี่ส์วายเกาหลีแนะนำ (อัปเดต 2023!)

สายหวานละมุน:

  • Semantic Error (2022): เรื่องราวของรุ่นพี่สุดเย็นชาและรุ่นน้องสุดแสบ แอบชอบกันโดยไม่รู้ตัว
  • Light on Me (2022): เรื่องราวของชมรมดนตรีหนุ่มหล่อ ซีนร้องเพลง จับมือ ฟินหัวใจละลาย
  • Kissable Lips (2022): เรื่องราวของนักเขียนนิยาย BL กับหนุ่มหล่อที่กลายเป็นแรงบันดาลใจ

สายดราม่าเข้มข้น:

  • Painter of the Wind (2023): เรื่องราวความรักต้องห้ามขององค์ชายและจิตรกรฝีมือเยี่ยม
  • Blueming (2022): เรื่องราวของหนุ่มน้อยหัวกีฬาที่ค้นพบความรักที่แท้จริง
  • Cherry Blossoms After Winter (2022): เรื่องราวของชายหนุ่มที่ได้รับโอกาสกลับมาแก้ไขรักครั้งแรก

สายคอมเมดี้ฮาแตก:

  • To My Star (2022): เรื่องราวของนักเขียนตกอับและดาวรุ่งสุดหล่อที่ต้องมาอยู่บ้านเดียวกัน
  • My Roommate is a Gumiho (2023): เรื่องราวของนักศึกษาที่บังเอิญปล่อยจิ้งจอกเก้าหางออกมาจากภาพวาด

  • Mr. Unlucky (2023): เรื่องราวของหนุ่มซวยที่ดวงพลิกผันเมื่อจูบหนุ่มหล่อข้างบ้านเข้า

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ : http://storyseries-y.co/

Posted on

รีวิว ซีรี่ส์วายจีน

รีวิว ซีรี่ส์วายจีน

เปิดประตูสู่โลกแห่งซีรี่ส์วายจีน

รีวิว ซีรี่ส์วายจีน ซีรี่ย์วายจีนกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในไทย ด้วยเนื้อเรื่องที่หลากหลาย

ทั้งโรแมนติก คอมเมดี้ ดราม่า รวมไปถึงการถ่ายทำที่สวยงาม นักแสดงที่มีความสามารถ และเคมีที่เข้ากันของคู่พระเอกนายเอก ทำให้ซีรี่ย์วายจีนกลายเป็นกระแสที่หลายคนติดตาม

รีวิว ซีรี่ส์วายจีน ที่ควรดู

  1. The Untamed (ปรมาจารย์ลัทธิมาร)

ซีรี่ย์วายจีนเรื่อง The Untamed ดัดแปลงมาจากนิยายเรื่อง Mo Dao Zu Shi เล่าเรื่องราวของ Wei Wuxian และ Lan Wangji สองหนุ่มต่างสำนักที่ร่วมมือกันปราบปรามอสูร และความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นระหว่างพวกเขา ซีรี่ย์เรื่องนี้ได้รับความนิยมอย่างมากทั่วโลก ด้วยเนื้อเรื่องที่สนุกสนาน ซึ้งกินใจ และเคมีที่เข้ากันอย่างเหลือเชื่อของ Xiao Zhan และ Wang Yibo นักแสดงนำ

  1. Word of Honor (นักรบพเนจรสุดขอบฟ้า)

ซีรี่ย์วายจีนเรื่อง Word of Honor ดัดแปลงมาจากนิยายเรื่อง Tian Ya Ke เล่าเรื่องราวของ Zhou Zishu อดีตหัวหน้าองค์กรลับที่ต้องการหลีกหนีจากโลกแห่งความรุนแรง และ Wen Kexing จอมยุทธ์ลึกลับที่เต็มไปด้วยความลับ เรื่องราวความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งโรแมนติกและดราม่า ทำให้ผู้ชมติดตามอย่างลุ้นระทึก

  1. Addicted (รักร้าย)

ซีรี่ย์วายจีนเรื่อง Addicted ดัดแปลงมาจากนิยายเรื่อง Heroin เล่าเรื่องราวของ Gu Hai และ Bai Luo Yin สองหนุ่มเพื่อนร่วมห้องที่ค่อยๆ พัฒนาความรู้สึกต่อกัน ซีรี่ย์เรื่องนี้มีฉากจูบที่เป็นที่พูดถึงอย่างมาก และเป็นซีรี่ย์วายจีนเรื่องแรกๆ ที่ได้รับความนิยมในไทย

  1. Advance Bravely (กล้าหาญก้าวไป)

ซีรี่ย์วายจีนเรื่อง Advance Bravely ดัดแปลงมาจากนิยายเรื่อง Shaonian Ge Xing เล่าเรื่องราวของ Fei Du และ Bai Luo Yin สองหนุ่มที่ต่างฐานะ แต่ต้องมาผจญภัยร่วมกัน ซีรี่ย์เรื่องนี้มีเนื้อเรื่องที่สนุกสนาน ตลก และชวนติดตาม

  1. Lovely Us (วุ่นรักวัยมัธยม)

ซีรี่ย์วายจีนเรื่อง Lovely Us ดัดแปลงมาจากนิยายเรื่อง My Lovely Assistant เล่าเรื่องราวของ He Shijie และ Xiao Nianning สองหนุ่มที่ได้เป็นเพื่อนร่วมห้องกัน ซีรี่ย์เรื่องนี้มีเนื้อเรื่องที่ใสใส น่ารัก และเหมาะสำหรับผู้ที่ชอบซีรี่ย์วายแนวโรแมนติกคอมเมดี้

ข้อดีของซีรี่ย์วายจีน

  • เนื้อเรื่องที่หลากหลาย
  • นักแสดงที่มีความสามารถและเคมี
  • การถ่ายทำที่สวยงาม
  • ช่วยให้ผ่อนคลายและมีความสุข

ข้อควรระวัง

  • บางเรื่องอาจจะมีฉากที่รุนแรง
  • เนื้อเรื่องอาจจะไม่สมจริง
  • อาจจะทำให้ติดซีรี่ย์
บทสรุป

ซีรี่ย์วายจีนเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ชื่นชอบซีรี่ย์แนวโรแมนติก คอมเมดี้ และดราม่า ด้วยเนื้อเรื่องที่หลากหลาย นักแสดงที่มีความสามารถ และการถ่ายทำที่สวยงาม ทำให้ซีรี่ย์วายจีนกลายเป็นกระแสที่ได้รับความนิยมอย่างมาก

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ : http://storyseries-y.co/

สาระน่ารู้ : https://storyseries-y.co/แนะนำหนังเกย์holdingtheman/

Posted on

แนะนำหนังเกย์ Holding the man

แนะนำหนังเกย์ Holding the man

แนะนำหนังเกย์ Holding the man หรือชื่อไทยคือ ในอ้อมกอดเขา บอกเล่าเรื่องราวของความรักต้องห้ามโดยมีพื้นหลังอยู่ในช่วงยุคประมาณ 60’s- 80’s โดยมีทิมแลจอห์นซึ่งพวกเขาทั้งเป็นผู้ชายที่มีความรักให้แก่กันตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น และแน่นอนว่าในช่วงของยุคสมัยนั้นครอบครัวของทั้งคู่ต่างก็ไม่เห็นด้วย โดยเรื่องราวได้ไล่เรียงถึงความเติบโตเป็นช่วงวัยผู้ใหญ่ ทั้งคู่ก็เริ่มมีเวลาให้กันน้อยลงทุกทีจากการติดเชื้อ HIV ในยุคนั้นโรคเอดส์ได้แพร่ระบาดในหมู่ชายรักชายและได้พรากชีวิตของคู่รักไปจำนวนมาก หนังเรื่องนี้จะบอกเล่าเรื่องราวตั้งแต่ตอนจีบกันไปจนช่วงเวลาของการจากลาของความรักที่เหนียวแน่นยาวนาน พร้อมกับเสียงวิจารณ์ของสังคมได้อย่างแนบเนียนไปพร้อมๆ กับความโรแมนติกของห้วงเวลาความรักของเขาทั้งคู่ อย่างเช่นในช่วงเปิดเรื่องที่ทิมอยู่ในโรงเรียนและยังเรื่องของศาสนา และได้กล่าวถึงสภาพสังคมช่วงนั้นของโลกตะวันตกที่เต็มไปด้วยกลิ่นไอของการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพและการพัฒนาเทคโนโลยี แต่ในขณะเดียวกันครูในโรงเรียนเองก็ยังคงใช้อำนาจเพื่อกดดันนักเรียน และยังพยายามปลูกฝังแนวคิดทางอนุรักษ์นิยมให้กับนักเรียนอีกด้วย ทิมได้แสดงให้เห็นว่าการพัฒนาทางสังคมภาพใหญ่ตั้งแต่นโยบายกัญชาไปจนถึงมนุษย์เหยียบดวงจันทร์ แต่ถึงอย่างไรก็ยังมีผู้เคร่งครัดใรศีลธรรมของตนเองแถมยังบังคับให้ผู้อื่นเห็นดีเห็นงามเหมือนตัวเองกับกรอบศีลธรรมเหล่านั้นอีกด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นทั้งภาพเล็กและภาพใหญ่เมื่อตอนที่เขายังเด็ก รวมไปถึงยังเป็นการปูบริบทให้เห็นถึงความสำคัญของสังสมส่วนย่อยๆ ได้เป็นอย่างดีและยังได้วิจารณ์ถึงสังคมโลกที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงไปแต่ถึงกระนั้นก็ยังมีอุดมการณ์บางส่วนของคนบางกลุ่มไม่สามารถนำไปสู่วิวัฒนาการใหม่ๆ ได้เช่นเดียวกันซึ่งทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นถึงตัวอย่างของสังคมที่ไม่ยอมรับกับความรักที่หลากหลายโดยเฉพาะความรักของเพศเดียวกันถึงแม้ว่าภาพที่แสดงไม่ได้ถ่ายทอดการกดขี่นั้นออกมาตรงๆ ก็ตาม

แนะนำหนังเกย์ Holding the man ในอ้อมกอดเขา เรื่องราวควมรักสุดประทับใจ

แนะนำหนังเกย์ Holding the man

การถ่ายทอดเรื่องราวของทิมนั้นเป็นการรวมกันอย่างแยบยลของการเชื่อมโยงระหว่างมิติของความรักเข้ากับภาพรวมใหญ่ของสังคมที่ส่งผลถึงกันอย่างแยกไม่ได้ อย่างเช่นการตั้งคำถามว่า ท้ายที่สุดแล้วมนุษย์ต้องก้าวข้ามจากสิ่งใดไปสู่สิ่งใดบ้างจากการพัฒนาถนนสู่ดวงจันทร์และแน่นอนว่าการเหยียบดวงจันทร์นั้นได้เกิดขึ้นแล้วแต่ความรักตามขนมธรรมเนียมไปสู่ความรักที่กว้างขวางและไร้ขีดจำกัดจะเกิดขึ้นเมื่อใดถึงแม้ว่าหนังเรื่องนี้จะพูดถึงประเด็นการวิพากวิจารณ์ของสังคมและได้เผยให้เห็นว่าถึงอุปสรรคทางความรักของทั้งคู่จากสังคม ครอบครัวและถูกสังคมตีตราว่าความรักของชายรักชายเป็นเรื่องไม่ปกติ แต่หนังเรื่องนี้ก็ได้ฉายให้เห็นถึงภาพความโรแมนติกของความรักพวกเขาทั้งคู่โดยรักในอุดมคติของทั้งคู่ที่สื่อให้เห็นว่าเรื่องราวความรักของเขาทั้งคู่นั้นโหยหาความต้องการที่อยากใช้ชีวิตร่วมกันตลอดไปไม่ว่าจะมีเงื่อนไขใดๆ ก็ตามแต่และพวกเขาทั้งคู่เองพยายามจะทลายกรอบต่างๆ เพื่อให้ได้ครองคู่กันต่อไปถึงแม้ว่าครอบครัวของพวกเขาเองจะกีดกัดก็ตามและย้ำบอกพวกเขาเสมอว่าพวกเขาผิดปกติเดี๋ยวโตไปก็หาย และนักจิตแพทย์สามารถรักษาให้หายได้แต่พวกเขาก็ไม่สนใจและยังคงพยายามดำเนินความสัมพันธ์แบบคู่รักต่อไปราวกับว่าโลกใบนี้เป็นอาณาจักรของพวกเขาทั้งคู่

ภาพยนตร์ Holding the man เนื้อเรื่องที่สร้างจากเรื่องจริง

แนะนำหนังในอ้อมกอดเขา
แนะนำหนังในอ้อมกอดเขา

Holding the man ในอ้อมกอดเขา โดยเป็นหนังสือที่ถูกเขียนขึ้นและเป็นหนังสือต้นฉบับของ ทิโมธี คอนิเกรฟ (Timothy Conigrave) เป็นนักเขียนและรักเคลื่อนไหวสิทธประเด็นทางเพศชาวออสเตรเลียที่มีอิทธิพลทางความคิดและได้รับนิยมอย่างแพร่หลาย และนับตั้งแต่ได้มีการตีเมื่อ ค.ศ. 1995 ก็ไก้รับการแปลและจัดจำหน่ายในสเปนและอเมริกาจนโด่งดังเป็นพลุแตก ซึ่งเป็นบันทึกเรื่องราวของคู่รักเพศเดียวกันในยุคที่สังคมไม่ยอมรับในวงกว้าง ซึ่งเสน่ห์ของหนังสือเล่นนีคือผู้อ่านจะรู้สึกเหมือนกับว่ากำลังรับรู้เรื่องส่วนตัวเบื้องบึกในห้วงความรักของ ทิโมธี หรือ ทิม ที่ได้บันทึกห้วงเวลาของความรักและความยากลำบากของความสัมพันธ์ที่เขามีสายใยหัวใจให้กับ จอห์น ชายผู้เป็นที่รักของเขา

Created By : storyseries-y.co

Posted on

รีวิวหนังเกย์ Beach Rats

รีวิวหนังเกย์ Beach Rats

รีวิวหนังเกย์ Beach Rats เรื่องนี้เป็นหนังรักที่ซาบซึ้งมากเรื่องหนึ่งความรักของสองชายที่กว่าจะรู้จักหัวใจตัวเองกันก็ต้องให้เวลาแยกพวกเขาให้ห่างกันไปเสียก่อน ฮีธ เลดเจอร์ และเจค จิลลาฮาลแสดงผ่านสายตากันเปรี้ยงปร้างมาก พวเขามาเจอกัน และใช้ชีวิตด้วยกันในหุบเขาแห่งหนึ่งเขาทำงานด้วยกันอยู่ที่นั่นแต่ก็มีอะไรคลุมเครือๆ ตลอดและทั้งสองมีครอบครัวกันแล้ว เมื่อเขาต้องแยกจากกันเท่านั้นเขาถึงรู้หัวใจตัวเองและได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง เรื่องนี้ทำอะไรกับความรู้สึกตอนดูมากกินใจนับถือฝีมือการแสดงของดารานำทั้งสอง แล้วก็เข้าใจในความรักของชายกับชายมากขึ้นเยอะมีภาพยนตร์อยู่หลายเรื่องที่เล่าถึงความสับสนหรือหลงทางในการค้นหาตัวเอง ซึ่งเรื่องนี้ก็เชื่อว่าเป็นอีกภาพยนตร์ที่เล่ามุมมองนั้นออกมาได้อย่างน่าค้นหาแถมยังสมจริงอีโรติกและชวนให้อยากหาคำตอบของบทสรุปนี้ไปพร้อมๆ กับตัวละคร  Beach Rats (2017) 

รีวิวหนังเกย์ Beach Rats ภาพยนตร์เล่าการสับสนของเด็กผู้ชายคนหนึ่ง

รีวิวหนังเกย์ Beach Rats
แนะนำหนังรักเกย์

นอกจากสภาพสังคมสีดำเทาที่เราจะได้เห็นกันตลอดในเรื่อง Beach Rats ที่มีพื้นหลังอยู่ที่เมืองบรูคลิน นครนิวยอร์ก หนังเรื่องนี้ก็ยังมีฉากโป๊เปลือยอยู่เยอะพอสมควร หากใครไม่ชอบแนวนี้ก็อาจไม่อินสักเท่าไหร่แต่เราคิดว่าภาพยนตร์ต้องการใช้สิ่งนี้เป็นสัญลักษณ์บางอย่างที่ทำให้ แฟรงค์กี้ เด็กวัยรุ่นที่วันๆ ไม่ทำอะไรและดีแต่ออกไปเที่ยวเล่นเสเพลกับเพื่อนผู้ชายได้ใช้เป็นกุญแจในการหาคำตอบให้ตัวเองว่าแท้จริงแล้วเขามีรสนิยมแบบไหน ภาพยนตร์เล่าเรื่องอย่างเรียบง่าย ตรงไปตรงมาและเน้นเล่าด้วยภาพ ซึ่งเชื่อว่าเป็นเสน่ห์ข้อหนึ่งที่ทำให้ Beach Rats ที่อาจดูเหมือนหนังวัยรุ่นมีปัญหาทั่วไปมีความแตกต่างออกมาอยู่มากเหมือนกันและการดำเนินเรื่องไปอย่างเป็นลำดับเหตุการณ์นี้ ก็ชวนให้เราอยากติดตามความคิดของตัวละครไปเรื่อยๆ ด้วยแม้บทสรุปจะทำให้เรารู้สึกโกรธปนสงสารแฟรงค์กี้แต่เมื่อติดตามตัวละครนี้ตั้งแต่ต้นจนจบก็อาจพอเข้าใจได้ว่าเขากำลังต้องการทำอะไร เรื่องนี้เหมาะกับคนที่กำลังมองหาหนังดราม่าแต่ไม่หนักหน่วงหรือเคล้าน้ำตาหรือคนไหนเบื่อหนัง LGBTQ+ แนวรักไม่สมหวังและอยากหามุมมองอื่นๆ ดูบ้าง Beach Rats หนังรัก LGBTQ+ ก็เป็นอีกภาพยนตร์ที่มีเนื้อเรื่องชวนติดตามและบางคำพูดในเรื่องก็สะท้อนหลายๆ อย่างในสังคมได้เหมือนกัน

Beach Rats หนัง LGBT+ อีกหนึ่งภาพยนตร์อีโรติกแนวมืด แนวดาร์ก

รีวิวหนังเกย์ Beach Rats
แนะนำหนังรักเกย์

ใครที่กำลังมองหาหนัง  LGBT+ ที่มันไม่ใช่หนังคู่จิ้นแบบหวานจนเอียนไปเลยและไม่ได้มืดมนต์อนธการจนดูแล้วเหมือนชีวิตเกย์ของเรานี่มันมีแต่ความบัดซบก็ แนะนำหนังเรื่อง Beach Rats (2017) มันเป็นหนังที่ตอบโจทย์ลงตัวคือดูแล้วไม่ได้ว่าโลกสดใส รู้สึกเหมือนมีผีเสื้อวนอยู่ในท้อง และมันก็ไม่ได้แบบว่าดูแล้วปวดกบาลหนังพาเราเข้าสู่วังวนของเด็กหนุ่มในประเทศเสรีอย่างอเมริกา ซึ่งจริงๆ การที่เค้าจะเลือกเป็นเกย์หรือเลือกชอบเพศเดียวกันไปเลยมันก็ไม่แปลกแต่จากสภาพแวดล้อมสังคม การหล่อหลอม รวมไปถึงเพื่อนรอบตัวจะทำให้เราเข้าใจเค้าได้มายเลยว่าทำไมเค้าถึงเลือกอยู่ในสภาพ แอบจิตที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก หลายครั้งที่เค้าลองเชิงถามแฟนสาวเค้าก็ต้องพบกับคำตอบที่ทำให้เค้าเองก็ยังต้องเลือกที่จะไปทางนี้ต่อไปแบบกล้ำกลืนฝืนทน บรรยากาศของหนังการเล่าเรื่องของบทภาพยนตร์มันชวนติดตามมากมันเหมือนการเล่าเรื่องไปข้างหน้าแบบไม่มีจุดพีคแต่มันทำให้เราอยากตามติดชีวิตของแฟรงค์ไปเรื่อยๆ แบบไม่รู้จักเบื่อหน่าน

Created By : storyseries-y.co

Posted on

รีวิวหนังเกย์ Brokeback Mountain

รีวิวหนังเกย์ Brokeback Mountain

รีวิวหนังเกย์ Brokeback Mountain หนังเปิดตัวในสหรัฐอเมริกาเมื่อ 9 ธันวาคม 2005 แบบจำกัดโรง แล้วเพิ่มโรงฉายมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อหนังเป็นงานล่ารางวัลเรื่องสำคัญของปี และคว้าออสการ์ได้สามรางวัล รวมถึงรางวัลสำคัญ ผู้กำกับและบทดัดแปลงยอดเยี่ยม รวมถึงสร้างข้อถกเถียงมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการพลาดรางวัลหนังยอดเยี่ยมให้กับ Crash โดยว่ากันว่า ผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนอ่อนไหวกับหนังที่เป็นเรื่องของชายรักชาย ซึ่งบางคนให้นิยามว่าเป็น หนังคาวบอยเกย์ Brokeback Mountain (2005) กลายเป็นอีกหนึ่งรักที่ไม่ควรพลาดเด็ดขาด

รีวิวหนังเกย์ Brokeback Mountain หนังรักอีกหนึ่งเรื่องที่ให้แง่คิดหลายมุม

รีวิวหนังเกย์ Brokeback Mountain
หนังคาวบอยเกย์

หนังรัก Brokeback Mountain เป็นเรื่องของคาวบอยหนุ่มสองคน ในไวโอมิงปี 1963 แจ็ก ทวิสต์ และเอ็นนิส เดล มาร์ที่ทำงานด้วยกันบนเขาในช่วงหน้าร้อนต้อนฝูงแกะและกินถั่วเป็นอาหารทั้งสองมีเคมีที่เข้ากันได้และค่อยๆ พัฒนาเป็นความสัมพันธ์ทางเพศ ท้ายที่สุดก็กลายเป็นความรัก แต่ไม่สามารถแสดงอะไรออกมาใด้อย่างชัดเจนสำหรับทุกคนที่ได้ชมกระทั่งกับทั้งสองคนเองก็ตาม ทั้งคู่เก็บเรื่องเงียบเอาไว้นานเกือบๆ 2 ปี แต่งงานกับผู้หญิง มีลูกและหลบไป ‘ตกปลา’ ด้วยกันแจ็กที่หงุดหงิดกับการไม่สามารถใช้เวลากับเอ็นนิสมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงขั้นบอกว่าพวกเขาควรไปทำไร่ด้วยกันเอ็นนิสไม่ซื้อความคิดนี้และพูดถึงความรักของพวกเขาโดยใช้คำว่า ‘เรื่องนี้’ กระทั่งหลังเอ็นนิสเลิกกับอัลมาภรรยาเขาก็ยังไม่เป็นอย่างที่แจ็กต้องการ

สังคมเองก็เป็นอีกหนึ่งส่วนที่ผลักดันให้คาแรกเตอร์ของฮีธต้องเป็นคนเงียบและพูดน้อยไม่กล้าแม้แต่จะเปิดเผยอารมณ์เพราะกลัวที่จะถูกตัดสินจากคนภายนอก หลายครั้งที่คนใกล้ตัวหรือคนในครอบครัวยัดเยียดความคิดอันปิดแคบใส่อีกคนโดยไม่รู้ตัวหรือแม้แต่การถูกพร่ำสอนมาแต่อ้อนแต่ออกด้วยคำพูดที่ว่าเพราะหวังดี โดยไม่พยายามทำความเข้าใจความต้องการของอีกฝ่ายกลับกลายเป็นมีดคมที่ย้อนกลับมาทำลายคนที่คุณหวังดีเสียเองหนังเรื่องนี้จึงถือว่าเรียกคะแนนตรงนี้ไปได้มากโขในการสร้างภาพน่าเห็นใจและสร้างดราม่าที่ชวนให้ผู้ชมได้โอกาสช่วยกันเชียร์คู่รักทั้งคู่ เมื่อทั้งสองต่างเป็นเหมือนแสงสว่างและทางออกของกันและกัน โดยมีปมของเรื่องที่ใหญ่กว่าคือสังคมที่ไม่เปิดกว้างในช่วงเวลานั้น

Brokeback Moutain ไม่ใช่แค่หนังชายรักชาย แต่เป็นมากกว่าหนังรัก

รีวิวหนังเกย์ Brokeback Mountain
หนังคาวบอยเกย์

มาถึงวันนี้ ภาพยนต์ Brokeback Mountain ยังคงความน่าทึ่งในฐานะเรื่องราวความรักที่เป็นสากล ซึ่งติดกับดักของช่วงเวลาแห่งความเกลียดชังและการไม่ให้อภัย เป็นงานที่มีค่าควรชมซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อเป็นพยานรับรู้ความสำคัญของสิ่งที่ไม่ไม่ใช่แค่ความอดทน แต่ยังเป็นการยอมรับโดยไม่มีเงื่อนไข และถึงแม้ Brokeback Mountain จะยังคงบอกเล่าสภาพสังคมที่ไม่เปิดรับเรื่องคู่รักเพศสภาพเดียวกัน หากอย่างน้อยสิ่งหนึ่งที่เรื่องนี้ได้ทำแล้วคือการได้เป็นกระบอกเสียงเพื่อก้าวออกจากที่มืดสู่แสงสว่าง ก้าวออกจากการหลบซ่อนสู่พื้นที่กว้าง และได้ช่วยสังคมเปิดโลกใบใหม่แล้วว่าความรักมันมีหลากหลายรูปแบบไม่จำเป็นต้องเป็นเพศตรงข้ามก็รักกันได้ แล้วเมื่อไหร่ที่สังคมเปิดใจมากพอที่จะได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้ก็จะเข้าใจมากขึ้นว่าคนกลุ่มนี้ก็ไม่ต่างกันกับเราหลายครั้งเรามีสิ่งที่เหมือนกัน และหลายครั้งเราเองก็แตกต่างจากคนอื่น แต่นั้นไม่ได้ทำให้คุณค่าความเป็นคนน้อยลงแต่อย่างใด ไม่ใช่เพื่อยอมรับแต่เพื่อเปิดใจและเข้าใจเพื่อนมนุษย์เข้าใจการเปลี่ยนแปลงของโลกและเข้าใจว่ามันสามารถพัฒนาไปสู่สิ่งที่แตกต่างอย่างเท่าเทียมได้ในอนาคต

Created By : storyseries-y.co

Posted on

รีวิวหนังเกย์ Handsome Devil

รีวิวหนังเกย์ Handsome Devil

รีวิวหนังเกย์ Handsome Devil นี่ไม่ใช่หนังรักหวานแหววเกย์รักกันแต่มันคือหนังเรื่องราวเกี่ยวกับมิตรภาพ การยอมรับเรื่องราวของเกย์เพื่อนรักสองคนที่เพิ่งย้ายมายังโรงเรียนประจำแห่งใหม่เพราะทั้งคู่ทำตัวมีปัญหาจากโรงเรียนเก่า ทั้งคู่ได้เป็นรูมเมทกันแต่แรกๆ พวกเขาเข้ากันไม่ได้เลยแม้แต่น้อย Ned คือเกย์เนิร์ดที่ไม่ได้ปกปิดตัวตนและโดนกลั่นแกล้งอยู่เสมอส่วน Conor เขาคือนักกีฬารักบี้พรสวรรค์สูงแต่ยังไม่กล้าที่จะเปิดเผยความเป็นตัวตนของตัวเองจริงๆ แต่ความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนของ Ned และ Conor ก็กลายเป็นมิตรภาพที่ทำให้ทั้งคู่ยอมรับการเป็นตัวตนที่ตนเองเป็นจริงๆ นี่เป็นหนังมิตรภาพที่ดี ให้ข้อคิดที่เยี่ยม ถึงแม้มีบทสรุปจะดูธรรมดาคาดเดาง่าย แต่มันลงตัวจริงๆ พล็อตเด็กหนุ่มผู้แปลกแยกที่ต้องเผชิญหน้ากับสังคมใหม่ในโรงเรียนใหม่และค่อยๆ สานสัมพันธ์กับรูมเมทใหม่ที่ในตอนแรกดูเหมือนจะไม่มีอะไรเข้ากันได้เลย แต่แล้วก็มีเหตุให้เข้าใจผิดก่อนจะมีโอกาสปรับความเข้าใจอีกครั้ง นี่มันสูตรสำเร็จหนังวัยรุ่นรอมคอมในรั้วโรงเรียนชัดๆ และยิ่งพอ รีวิวหนังรัก Handsome Devil ใช้ตัวละครชายสองคนพร้อมสร้างพล็อตให้จุดพลิกผันของเรื่องอยู่ที่ความเป็นเกย์ของตัวละครด้วยแล้วมันก็ยิ่งชวนให้คิดถึงหนังซีรี่ส์วายในเมืองไทยมากๆ

เหมือนจะเป็นเรื่องผิดบาปที่หนังเลือกทางนี้แต่เปล่าเลยเราค่อนข้างพอใจด้วยซ้ำที่โลกมีหนังเกย์วัยรุ่นใสๆ แบบนี้เพิ่มขึ้นอีกเรื่องและระหว่างที่ดูก็บันเทิงมากเพลิดเพลินไปกับการเติบโตของตัวละครยิ้มร่ากับมุกน่ารักๆ เขินบิดตัวไปมากับฉากจิ้นและลงเอยด้วยการซุกหน้าบนไหล่คนข้างๆ ฟิน! งานนี้คงต้องให้เครดิตสองนักแสดงนำของเรื่องจริงๆ Fionn O’Shea ในบท Ned มีความเนิร์ดและมีความขบถในตัวแบบน่าเชื่อถือและ Nicholas Galitzine ในบท Conor เพื่อนใหม่นักรักบี้ ที่พอทำหน้านิ่งๆ ก็ดูกวนตีนแต่พอยิ้มทีก็น่ารักเชียวส่วนสามนักแสดงรุ่นใหญ่ก็ทำหน้าที่ได้ดี Andrew Scott ในบทครูอังกฤษผู้ต้องปิดบังความเป็นเกย์ของตนเองในบทโค้ชรักบี้นี่ก็คิดถึง Jack Black และ Michael McElhatton ในบทครูใหญ่ที่เราชอบความคลุมเครือและการเล่นโดยไม่พูดอะไรออกมามากมายนี่มากในขณะที่เราคิดว่าตัวเองโชคดีเหลือเกินที่ไม่เคยเผชิญหน้าการถูกกลั่นแกล้งและล้อเลียนว่าๆ “อีตุ๊ดๆ” ในรั้วโรงเรียนหนักเท่าสองตัวละคร แต่มองพอย้อนกลับไปก็ใช่ว่ามันจะเป็นเรื่องง่าย ที่สุดแล้วการยอมรับในตัวตนของตัวเองและการดิ้นรนสร้างพื้นที่ของเด็กเกย์แต่ละคนนั้นมันก็มีความเจ็บปวดไม่ต่างกันเท่าไหร่

รีวิวหนังเกย์ Handsome Devil เรื่องย่อ หล่อ ร้าย เพื่อนรัก

รีวิวหนังเกย์ Handsome Devil
หนังแนว High School และ Coming of age

ในโรงเรียนประจำแห่งหนึ่งซึ่งเด็กทุกคนที่คลั่งกีฬารักบี้มากแต่ Ned นั้นนอกจากไม่เล่นกีฬาสักอย่างยังชอบขลุกอยู่กับเพลงในโลกส่วนตัวอยู่คนเดียวด้วยความเป็นแกะดำในโรงเรียนทำให้เขาโดนแกล้งอยู่ตลอด ตอนที่เขาคิดว่าไม่น่าจะมีอะไรแย่กว่านี้ได้อีกแล้ว เขาก็ได้รูมเมทเป็นเด็กใหม่ชื่อ Connor ที่แตกต่างจากเขาทุกอย่างและที่สำคัญเขาเป็นนักฬารักบี้!  แม้ตอนแรกเขาจะต่อต้านเพื่อนใหม่แต่เมื่ออยู่ๆไปเขาก็พบว่าพวกเขาเข้ากันได้มากกว่าที่คิดและบางทีแค่บางทีการมีเพื่อนสนิทน่าจะช่วยให้เขาอยู่ในโรงเรียนบ้าๆ นี่ได้อยากมีความสุขซะทีหนังดำเนินเรื่องเร็วมากเหมือนผู้กำกับได้โจทย์มาว่าให้ทำยังไงก็ได้ให้สามารถเล่าเรื่องได้ครบถ้วนโดยใช้ซีนน้อยซีนที่สุด ซึ่งผลลัพธ์ก็ได้ออกมาเป็นหนังที่ซีนทุกซีนมีความหมายสามารถหยุดที่ฉากไหนแล้วบอกได้ทันที่ว่าฉากนี้มีขึ้นมาเพื่อที่จะเอาไปใช้ต่อในเหตุการณ์นั้น มันก็ไม่ได้ผิดอะไรแต่ถ้าหากเพิ่มซีนให้มากกว่านี้ดำเนินเรื่องให้ช้ากว่านี้หน่อยเราว่าหนังจะดูอิ่มมากขึ้นมิตรภาพของทั้ง 2 คนจะดูสนิทกันมากขึ้นตอนจบจะได้ไม่ดูเร่งรัดจนเกินไป

รีวิว Handsome Devil หล่อ ร้าย เพื่อนรัก หนังรักแนววัยรุ่น เคมีน่ารักสุดๆ

รีวิวหนังเกย์ Handsome Devil
หนังแนว High School และ Coming of age

เคยบ้างไหมที่เวลาที่เราเจอใครครั้งแรกแล้วนึกทันทีว่าเรากับเขาไม่น่าจะเข้ากันได้ แต่อยู่ๆไปกลับเป็นเพื่อนสนิทกันซะงั้น หนังเล่าเรื่องของเด็ก 2 คนที่ต่างกันแต่ก็กลายมาเป็นเพื่อนรักกันและผ่านเรื่องราวบางอย่างเพื่อเติบโตขึ้นไปพร้อมกัน เราต้องเคยได้รับหัวโขนเป็นอะไรสักอย่างนึงในโรงเรียนเป็นเด็กเนิร์ดที่โดนแกล้ง? หนุ่มนักกีฬาดาวรุ่งประจำโรงเรียน? ครูจอมจุ้น ครูใหญ่เจ้าระเบียบ หรือครูดีๆที่ตั้งใจอยากสอนเด็กนักเรียนจริงๆ หนังเรื่องนี้ได้จำลองชีวิตโรงเรียนได้ออกมาสมจริงและเชื่อว่าทุกๆคนคงสามารถ link ตัวละครในหนังเข้ากับชีวิตวัยเด็กของตัวเองได้ไม่มากก็น้อย หนังเล่าถึงประเด็นต่างๆที่เกิดขึ้นในวัยเรียนอย่าง การเป็นแกะดำในสังคม การยอมรับตัวเอง การกลั่นแกล้งกันในโรงเรียน การที่เราเลือกที่จะไม่คบใครที่โดนบอยคอตเพราะกลัวว่าตัวเราเองจะโดนบอยคอตไปด้วยจนไปถึงประเด็นของสถาบันครอบครัวที่ว่าพ่อแม่จะสามารถรักลูกได้อย่างไม่มีเงื่อนไขได้จริงๆ หรือเปล่า  แม้ประเด็นจะดูหนักแต่หนังก็สามารถทำออกมาให้ดูสบายๆได้โดยไม่ละทิ้งความจริงในสังคมไปแม้นักแสดงส่วนใหญ่จะเป็นนักแสดงที่เราไม่คุ้นหน้าค่าตามาก่อนแต่ก็มีนักแสดงที่มีชื่อเสียงอย่าง Andrew Scott มารับบทเป็นครูที่มีความตั้งใจอยากให้นักเรียนทุกคนแสดงความเป็นตัวเองออกมา แม้บทจะไม่ได้เยอะนักแต่ออกมาทีไรคือดีมากฉากอารมณ์ของตัวละครนี้เป็นซีนที่ดีที่สุดในเรื่องจริงๆ นักแสดงคนอื่นๆก็แสดงได้ดีไม่ขัดตา
หนังไม่ได้ทำอะไรแปลกใหม่ขึ้นมาเลยแต่เลือกหยิบพล๊อคเบสิกของ หนังแนว High School และ Coming of age มาปัดฝุ่นและเล่าเรื่องในแบบฉบับตัวเองใช้ถ่ายทอด Message ที่แรงกล้าของหนังว่าจงเป็นตัวเองอย่าเสียเวลาปลอมเป็นคนอื่น ถ้าเรายังรับตัวเองไม่ได้แล้วใครจะมายอมรับเราได้” แค่นี้ทำง่ายๆ แต่ทำออกมาดีก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ชอบหนังเรื่องนี้หนังเรื่องนี้เป็นหนัง Coming of age ที่มีตัวละครเป็นเกย์แต่เลือกที่จะไม่เล่าเรื่องด้วยความรักเชิงชู้สาวแต่เล่าด้วยมิตรภาพของเพื่อนสนิท 2 คนแทนหนังไม่มีฉาก 18+ เลยทำให้ดูง่ายและเป็นมิตรกับคนดูทุกเพศทุกวัยมากสำหรับใครที่เป็น Homophobia ขอให้ลองเปิดใจดูหนังเรื่องนี้ไม่ใช่ในฐานะหนังเกย์แต่ในฐานะที่เป็นหนังที่ดีเรื่องหนึ่ง

Created By : storyseries-y.co

Posted on

รีวิวหนังเกย์ Love Simon

รีวิวหนังเกย์ Love Simon

รีวิวหนังเกย์ Love Simon เรื่องราวไซมอน เด็กวัยรุ่นที่ก็ดูดีมีชีวิตไม่ต่างกับหนุ่มสาวทั่วไป แต่ในชีวิตที่ปกติของเขานั้น มีความลับบางอย่างซ่อนและแฝงตัวอยู่ มันอาจรอวันเปิดเผย หรืออาจจะถูกปิดเงียบไปตลอดกาลก็ได้ แต่ที่แน่ๆ มันเกี่ยวพันกับอีเมลจำนวนหนึ่งของเขา เป็นอีกหนังเรื่องหนึ่งที่ผมดูไปน้ำตาคลอไป คงเป็นเพราะแบ็คกราวนด์ของไซม่อน และครอบครัวค่อนข้างมีปัญหาและทะเลาะกันเขามีครอบครัวที่รักใคร่กลมเกลียวกันดีมันเหมือนจะมีความสุข แต่การปิดบังตัวเองว่าเป็นเกย์บอกใครก็ไม่ได้ อยากแต่งตัว อยากทำท่าทางแบบเกย์ก็แสนยาก จะแอบชอบบอกใครมันก็ลำบากเพราะไม่รู้เขาจะมีรสนิยมเดียวกับเราไหม ถึงจะมีเพื่อนแต่ลึกๆ ก็ยังอยากต้องการมีเพื่อนที่เป็นเกย์เหมือนกันคนที่จะเข้าใจในสิ่งที่เป็นกันและกันคุยเรื่องที่ไม่สามารถไปคุยกับเพื่อนที่เป็นชายแท้-หญิงแท้ได้อย่างสบายใจได้

ซึ่งไซม่อนก็เหมือนจะได้เจอโอกาสนี้จากการที่เขาเห็นว่ามีคนที่รู้สึกและเป็นอย่างเขาอยู่ ผ่านการเขียนอีเมลไปหาตอบกลับกันโดยใช้ชื่อปลอมแล้วพูดคุยกันถูกคอ จนไซม่อนหลงรัก blue ตอนแรกที่ดูก็มึนงงหน่อยๆ เพราะเห็นผู้ชายหลายคนนั่งพิมพ์อีเมลตอบกลับไปหาพอไปถึงกลางเรื่องถึงเข้าใจว่า ไซม่อนมโนอยู่ว่าคนนั้นคนนี้ที่เห็นแล้วคิดว่าเขาคือ blue คนที่คุยตอบกลับด้วยดูเหมือนจะเป็น blue ไปหมดซะด้วยสิ จนวันนึงไซม่อนก็ไปตอบเมล blue ที่ห้องสมุดโรงเรียนแล้วลืม log out จนมาร์ตินมาเห็นเลยแคปไว้เตรียมแบล็คเมลไซม่อนหากไม่ช่วยให้เขาจีบแอ๊บบี้ เพื่อนในกรุ๊ปของไซม่อนและสุดท้ายก็โดนแบล็คเมลอยู่ดี

ตอนถูกแบล็คเมลนี่ใจวาบเลยอะ blue ก็เงียบหายไปเพื่อนในโรงเรียนอิสองตัวปากดีก็มาล้อ เพื่อนสนิทก็ตีออกห่าง เพราะผลของการที่แอ๊บบี้รู้ว่าไซม่อนเป็นพ่อสื่อให้เธอคบกับมาร์ตินทั้งๆ ที่เธอแอบรักนิคเพื่อนในกรุ๊ปของไซม่อน ทำให้ความรักมันวุ่นวายไปหมดจนเพื่อนเองก็อกหัก และที่ใจวาบเพราะว่าถ้าตัวเราเองโดนแบบนี้มันคงจะโคตรโหดร้าย แต่เสียดายตรงที่บทนี้น่าจะขยี้ได้อีกคิดว่าไซม่อนยังมีความกลัวและระแวงไม่พอ เหมือนจะพีคแต่ไม่น่าพีคตรงที่ลีอาห์เพื่อนผู้หญิงที่สนิทอีกคนของไซม่อนแอบรักไซม่อน เฟลนิดนึงตรงที่บทน่าจะโฟกัสความรู้สึกอกหักของลีอาห์ด้วย แต่ดูเหมือนเธอจะยอมรับความจริงได้ง่ายไปจัง 

รีวิวหนังเกย์ Love Simon เรื่องย่อหนัง ‘Love Simon’ อีเมลลับฉบับไซม่อน

รีวิวหนังเกย์ Love Simon
อีเมลลับฉบับไซมอน

ทุกคนควรจะมีเรื่องราวความรักอันงดงามของตัวเอง แต่สำหรับไซมอน สเปียร์ (Nick Robinson) ​วัยสิบเจ็ดปีนั้นซับซ้อนกว่าคนอื่นนิดหน่อย เขามีกลุ่มเพื่อนที่สนิทกันอยู่ 3 คน ลีอาห์ (Katherine Langford) สาวสวยที่รู้จักและสนิทกันมาตั้งแต่ยังตัวเล็กๆ แอบบี้ (Alexandra Shipp) สาวผิวสีที่ยังเพิ่งรู้สึกกันไม่นานนัก และอีกคน นิค (Jorge Lendeborg Jr.) แต่แม้จะสนิทกันขนาดนั้น ไซมอนก็ยังมีความลับที่เขาไม่ได้บอกเพื่อนๆ เขาไม่เคยบอกใครว่าเขาเป็นเกย์ ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว หรือเพื่อนๆ และเขาไม่รู้ว่าตัวตนที่แท้จริงของเพื่อนร่วมห้องนิรนามที่เขาตกหลุมรักในโลกออนไลน์นั้นคือใครกันแน่ การแก้ปัญหาทั้งสองข้อนั้น ก่อให้เกิดเรื่องราวอันแสนสนุกสนาน น่าหวาดหวั่น และเปลี่ยนชีวิตในเวลาเดียวกัน ‘Love, Simon’ เป็นเรื่องราวที่จะทำให้คุณได้พบกับความสนุกสนาน และรู้สึกถึงการเติบโตอย่างแท้จริง เรื่องราวชวนระทึกของการค้นหาตัวตนที่แท้จริง และการตกหลุมรัก

รีวิวหนัง ‘อีเมลลับฉบับไซมอน‘ หนังรักวัยรุ่นที่คุณห้ามพลาดเด็ดขาด

รีวิวหนังเกย์ Love Simon
อีเมลลับฉบับไซมอน

ฟังจากชื่อเรื่องและคำโปรยเหมือนหนังจะเน้นเล่าเรื่องความรักของวัยรุ่นที่เป็นเกย์ แต่พอได้ลองดูกันจริงๆ แล้ว หนังก็มีหลากแง่มุมซึ่งหลักๆ ก็คือบุคคลที่อยู่รายรอบไซมอนนั่นแหละ ไม่ว่าจะเป็นในบ้าน ที่มีทั้งพ่อ แม่และน้องสาว กลุ่มคนที่ไซมอนจะสนิทและรักที่สุด มีผลต่อความรู้สึกนึกคิดของไซมอนมากที่สุด รองลงมาก็จะเป็นกลุ่มเพื่อนสนิททั้งสามที่ไซมอนใช้เวลาอยู่กับพวกเขานานที่สุด ที่เหลือก็เป็นเพื่อนร่วมโรงเรียน ช่วงครึ่งแรกของเรื่อง ‘อีเมลลับฉบับไซมอน’ มุ่งเน้นมุกฮาพาหัวเราะคิกคักระหว่างกลุ่มเพื่อนฝูง สลับด้วยชีวิตในบ้าน ที่มีแม่หัวสมัยใหม่ กับคุณพ่อนักกีฬาที่มีชื่อเสียงผู้ชอบเล่นหยอกเอินลูกแบบแมนๆ เพราะคิดว่าลูกเป็นแมนๆ กับน้องสาวที่ชอบทำอาหาร แม้จะยังฝึมือไม่เอาอ่าวแต่เขาก็ฝืนยิ้มให้กำลังใจเสมอมา ในระหว่างนั้นก็คือ การส่งเมลกลับไปกลับมาระหว่างไซมอนที่ใช้นามแฝงกับหนุ่มอีกคนที่บอกชัดว่าตัวเองเป็นเกย์ แต่ไม่พร้อมจะเปิดเผยตัว ในระหว่างทางนั้นแหละที่ความสัมพันธ์ของชายหนุ่มสองคนที่เป็นเกย์แต่ไม่อาจจะเป็นตัวของตัวเองในสังคมได้กำลังพัฒนารุดหน้าไปผ่านอีเมลที่พวกเขาติดต่อกัน

เสน่ห์ของตัวละครพระเอกที่แสดงโดย Nick Robinson ที่ถูกใช้ให้เป็นประโยชน์ เขาทำให้คนดูรู้สึกรักและเอาใจช่วย ขณะที่กลุ่มเพื่อนๆ ก็ดูดีมีสีสัน มิตรภาพและความขัดแย้งกันในกลุ่มเพื่อนถูกเขียนบทขึ้นมาอย่างน่าเชื่อถือชวนให้อินในช่วงท้าย อย่างไรก็ตามบทหนังยังคงมีความฟีลกู้ดมีความเป็นคนมองโลกในแง่ดี ไซมอนดูจะมีอุปสรรคในชีวิตแค่บางส่วนเท่านั้นคล้ายบทจะตัดบริบทบางส่วนที่น่าจะเป็นปัญหาในอีกหลายชั้นไป จนอาจทำให้ดูเหมือนปัญหาของไซมอนนั้นคลี่คลายได้ง่ายไปนิดแต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เข้าใจดีว่า การไม่หยิบอะไรที่จริงจังเหล่านั้นมาใส่มากเกิน เลือกจะเก็บปัญหาไว้เพียงบางส่วน ก็ทำให้หนังดูมีความสนุก ฟีลกู้ด น่ารักและชวนอิ่มใจ

อีกสิ่งที่เป็นสีสันนอกเหนือจากนักแสดงและเรื่องราวสุดฟีลกู้ด ก็คือเพลงประกอบสุดเพราะนี่แหละ แม้ว่าเรื่องจะเกิดขึ้นในยุคสมัยนี้นี่ดูเหมือนเพลงประกอบจะย้อนวัยไปไกลหลายเพลงอยู่น่าสนใจว่าเมื่อต่อๆ กันทั้งเซ็ตแล้วจะฟินหูกันขนาดไหนต้องถือว่าหลายๆ องค์ประกอบทำงานร่วมกันได้ดีทำให้ ‘อีเมลลับฉบับไซมอน’ กลายเป็นหนังวัยรุ่นที่น่าประทับใจทำให้เราได้เห็นเข้าใจและยอมรับในตัวตนของคนที่เป็นเกย์

Created By : storyseries-y.co